Web Analytics
ข่าววันนี้

บทบรรณาธิการ : ให้ได้มาซึ่งส.ว.

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสมาชิก แจ้งกำหนดส่งร่างให้ที่ประชุมสมาชิกสภานิติบัญญัติฯพิจารณาในวันที่ 26 ม.ค.นี้ โดยมีสาระสำคัญว่าแบ่งกลุ่มผู้สมัครส.ว. จากเดิมกำหนดไว้ 20 กลุ่มสังคมให้เหลือ 15 กลุ่ม

มีคำชี้แจงด้วยว่าไม่ได้ตัดกลุ่มใดออกแต่ให้ ควบรวมกัน และปรับเปลี่ยนวิธีการเลือกโดยยกเลิกระบบการเลือกไขว้ระหว่างกลุ่มให้เป็นการเลือกกันเองโดยตรง และใช้วิธีการเดิมที่นำเสนอคือ คัดเลือกจากระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ

เมื่อเสร็จสิ้นได้ส.ว.ครบ 200 คนแล้วจึงส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประกาศผล

สําหรับตัวแทนส.ว.จาก 15 กลุ่มสังคม ประกอบด้วย 1.กลุ่มการบริหารราชการ แผ่นดินและความมั่นคง 2.กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 3.กลุ่มการศึกษา 4.กลุ่มการสาธารณสุข 5.กลุ่มอาชีพทำนา ปลูกพืชล้มลุก ทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง

6.กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้างที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ 7.กลุ่มผู้ประกอบอาชีพ ด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภค ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน 8.กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว

9.กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรม 10.กลุ่ม ผู้ประกอบอาชีพวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การสื่อสาร การพัฒนานวัตกรรม 11.กลุ่มสตรี ผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ 12.กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่ม อัตลักษณ์อื่นๆ 13.กลุ่มศิลปวัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา สื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม 14.กลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์ และ 15.กลุ่มอื่นๆ

ทั้งหมดนี้เหมือนจะมาจากการ กลั่นกรองที่คาดว่าจะครอบคลุมเกือบทุกสาขาอาชีพ

อย่างไรก็ตาม การกำหนดกรอบลักษณะ ดังกล่าว รวมถึงวิธีการเลือกกันเองนั้นน่าจะต้องมีจุดดีและจุดด้อยอยู่ด้วย

เพราะลำพังการแต่งตั้งส.ว.นั้นก็เป็นการตั้งกันเองอยู่แล้ว ไม่ได้อาศัยการลงคะแนนหรือการตัดสินใจเลือกของประชาชนเลย

ทั้งที่บทบาทหน้าที่ของส.ว.ในทางนิติบัญญัติแล้วต้องเป็นที่พึ่งอีกทางของประชาชน ทั้งส่งเสริมการกลั่นกรองกฎหมายอย่างรอบคอบ

แต่ด้วยวิธีคิดและกระบวนการคัดเลือกแต่งตั้งกันเองนี้คือการถอยหลังของระบอบประชาธิปไตย 

Facebook Comments